เทศบาลตำบลฉลอง ขานรับนโยบาย ร่วมประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมคณะลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย การปฏิบัติงานในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เน้นดูแล ส่งเสริมอาชีพประชาชนให้สอดคล้องกับการพัฒนากลุ่มจังหวัด
เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2558 เวลา 10.00 น. นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง พร้อมด้วย สมาชิกสภาเทศบาลตำบลฉลอง เจ้าหน้าที่ พนักงาน เทศบาลตำบลฉลอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลฉลองเข้าร่วมประชุมและต้อนรับ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยและตรวจเยี่ยมให้กำลังแก่ข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน พร้อมรับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และระนอง โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันเข้าร่วมรับฟังนโยบาย ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต และ เข้าร่วมรับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารฟิชมาร์เก็ต ภูเก็ต ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ภาพรวมของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันแต่ละพื้นที่มีบริบทที่แตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือแต่ละจังหวัดมีพื้นที่ไม่กว้างมาก และจำนวนประชาชนมีไม่มากเช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้การบริหารจัดการให้เป็นระบบที่เข้มแข็งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ไม่ยากนัก พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบาย และแนวทางปฏิบัติงานแก่ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอันดามันใน 3 ประเด็นหลัก คือ เน้นการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีอาชีพหรือพัฒนาอาชีพให้สอดคล้องกับการพัฒนาของกลุ่มจังหวัด ทั้งนี้หากโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พร้อมการพัฒนาก็พร้อมโดยทันที / การรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีมาตรฐานเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัด รวมถึงการจัดระเบียบต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้ Social Order หรือ กระแสสังคมมากระตุ้นให้คนรักและหวงแหนทรัพยากรในพื้นที่ / ในส่วนของการพัฒนานั้น จำเป็นจะต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ ทั้งสนามบิน ถนน และท่าเรือน้ำลึก ขอให้บรูณาการร่วมกับภาคเอกชน ในเรื่องของแหล่งเงินทุนที่จะเข้ามาพัฒนา เนื่องจากหากรองบประมาณจากทางภาครัฐเพียงอย่างเดียวอาจส่งผล ให้การดำเนินงานล่าช้า เสียโอกาสในการพัฒนา เนื่องจากภาครัฐมีงบประมาณจำนวนจำกัด แต่ทั้งนี้ ต้องชี้แจ้งให้ประชาชนมีความเข้าใจในการก่อสร้างโครงการใหญ่ๆ เพื่อพัฒนาพื้นที่ด้วย





