คุมประพฤติจังหวัดภูเก็ตดึงเครือข่ายกว่า 70 คนอบรมอาสาสมัครคุมประพฤติช่วยดูแลฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชน.
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559 ที่ห้องประชุมสหกรณ์เครดิตยูเนียนเคหะรัษฎา นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานเปิดโครงการอบรมอาสาสมัครคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมระดับหมู่บ้าน โดยสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้น มีนายปรัชญา ชัยวรานุรักษ์ คุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต คณะวิทยากรและอาสาสมัครจำนวน 70 คนเข้าร่วม
นายปรัชญา ชัยวรานุรักษ์ คุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าเนื่องจากในสภาวะสังคมปัจจุบัน ปรากฏว่ามีผู้กระทำผิดกกหมายถูกจับดำเนินคดีและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจำนวนมาก ซึ่งศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกไปจำนวนหนึ่ง จนทำให้เกิดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ และส่วนหนึ่งศาลให้ลงโทษจำคุกแต่รอลงโทษไว้และใช้มาตรการคุมประพฤติแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุนชน ซึ่งมีจำนวนมากเกินกว่าอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ อย่างต่อเนื่องตลอดมา ในขณะที่ผู้กระทำผิดที่อยู่ระหว่างการดูแลช่วยเหลือและแก้ไขฟื้นฟูในชุนชนที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ตจำนวน 1,526 คนในการนี้กรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมจึงได้ดำเนินการนำภาคประชาชนในนามอาสาสมัครคุมประพฤติเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน ตามบทบาทภารกิจ ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนและมีผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์แจ้งต่อสังคมมาตั้งแต่ปี 2529 และในส่วนของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งบุคคลเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติปฏิบัติงานช่วยเหลือสำนักงานคุมประพฤติจนถึงปัจจุบันมีอาสาสมัครคุมประพฤติ จำนวน 209 นาย ซึ่งยังมีจำนวนน้อยไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงพอต่อการช่วยเหลือดูแลผู้กระทำผิดในชุมชน ประกอบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีนโยบายให้กรมคุมประพฤติ สรรหาบุคคลเข้ารับการอบรมและแต่งตั้งเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติให้ครบทุกหมู่บ้าน เพื่อให้อาสาสมัครคุมประพฤติได้ช่วยสนับสนุนภารกิจของกระทรวงยุติธรรมในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง จากนโยบายดังกล่าวสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดภูเก็ต เล็งเห็นถึงความสำคัญจึงได้ดำเนินการจัดโครงการอาสาสมัครคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรมขึ้นในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ เข้าใจบทบาทและปฏิบัติหน้าที่การเป็นอาสาสมัครคุมประพฤติได้อย่างมีคุณภาพและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดในชุมชนได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการบริการของรัฐซึ่งเป็นการพัฒนาระบบการคุมครองทางสังคมได้อีกช่องทางหนึ่ง การจัดอบรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 70 คนกำหนดหลักสูตรอบรม 2 วันภายใต้หัวข้อวิชาการความรู้เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญาและภารกิจของกรมคุมประพฤติรวมถึงบทบาทของอาสาสมัครคุมประพฤติกับการปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม.

