วัฒนธรรมจังหวัดร่วมกับจังหวัดภูเก็ตจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมารยาทไทยดึงบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมหวังถ่ายทอดสู่เด็กและเยาวชนต่อไป
เมื่อเวลา 09:30 น. วันนี้ 28 ธันวาคม 2558 เวลา 09.30 น. ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมารยาทไทยซึ่งวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ตจัดขึ้นโดยมีนางอุทัย พัฒนพิชัย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ตครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมจำนวน 150 คนเข้าร่วม
นางอุทัย วัฒนพิชัย วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่ามารยาทไทยเป็นวัฒนธรรมที่คนไทยถือปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวันครอบคลุม กิริยา วาจา และความประพฤติต่างๆ ที่งดงามเช่นการไหว้ การแสดงความเคารพ การทักทาย การสนทนา การยืน การเดิน การนั่ง เป็นต้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่แสดงออกถึงความเป็นไทยมีระเบียบแบบแผนการประพฤติที่ดีงามอันเหมาะสมแก่กาลเทศะและสังคมโดยเฉพาะการไว้ที่แสดงให้เห็นอุปนิสัยของคนไทยที่มีความนอบน้อมเคารพผู้อาวุโสความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ
จังหวัดภูเก็ตโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจึงได้จัดทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านมารยาทไทยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรที่เข้าร่วมการอบรมมีความรู้ความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดมารยาทไทยให้กับเด็กเยาวชนและประชาชนได้ประพฤติปฏิบัติตนในทางที่เหมาะสมถูกต้องซึ่งกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาสถานประกอบการหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมจำนวน 150 คนสำหรับคณะวิทยากรได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมการดำเนินการจัดอบรมในครั้งนี้ได้รับพบสนับสนุนจากงบพัฒนาจังหวัดประจำปี 2559
ด้าน ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ระบุว่าปัจจุบันการปฏิบัติตนของคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนมีพฤติกรรมและกิริยาวาจาในทางลบ มีความก้าวร้าวและใช้ความรุนแรงมากขึ้นโดยสาเหตุมาจากการรับเอาวัฒนธรรมต่างชาติซึ่งไหลบ่าเข้ามาทางสื่อต่างๆ เข้ามาปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรมจนหลงลืมรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยอันเป็นสิ่งดีงามที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาช้านานการอบรมในครั้งนี้จึงมีความสำคัญมากที่จะสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ครูอาจารย์บุคลากรทางการศึกษาสถานประกอบการหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนและเครือข่ายทางวัฒนธรรมมารยาทไทยและความประพฤติต่างๆที่งดงามเช่นการไหว้ การแสดงความเคารพซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงความเป็นไทยมีระเบียบแบบแผนการประพฤติดีงามอันเหมาะสมแก่กาลเทศะและสังคมเพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับเด็กเยาวชนและประชาชนได้ประพฤติปฏิบัติในทางที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป




