สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ต จัดอบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/2559 และจากปัญหาราคาสินค้าเกษตร นำร่องในพื้นที่ตำบลป่าคลอก
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.00 น. ที่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ไม้ผลผสมผสาน) หมู่ 2 ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ดร. ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ปี 2558/2559 และปัญหาราคาสินค้าเกษตร จังหวัดภูเก็ต โดยมีนายปารเมศ ทองปรีชา เกษตรจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ นายอำเภอถลาง ตลอดจนผู้นำชุมชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่อำเภอถลางเข้าร่วม
นายปารเมศ ทองปรีชา เกษตรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ด้วยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติงานโครงการนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งในปี 2558/2559 และผลกระทบจากปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ให้มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพและมีความยั่งยืน สำนักงานเกษตรจังหวัดภูเก็ตจึงจัดอบรมในครั้งนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกษตรกรได้ฝึกอบรมเรียนรู้ ฝึกวิธีคิด การพัฒนาตนเองและให้สามารถปรับตัวอยู่ร่วมกับบริบทของสังคมเศรษฐกิจ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานการพัฒนาการเกษตรในอนาคต สร้างความรู้ความเข้าใจและร่วมกันขับเคลื่อนประเทศตามแนวประชารัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งให้เกษตรกรสามารถดำรงชีพได้ในช่วงวิกฤตภัยแล้ง สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน และความเข้มแข็งของเครือข่ายเกษตรกรที่ได้รับการฝึกอบรม
โดยจังหวัดภูเก็ต วางเป้าหมายจัดอบรมอำเภอละ 5 รุ่นๆ ละ 50ราย จัดฝึกอบรมรุ่นละ 3 ครั้งๆ. ละ5 วัน ซึ่งนำร่องในพื้นที่ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง โดยการฝึกอบรม ประกอบด้วย หลักสูตรการสร้างการรับรู้ความเข้าใจร่วมกันในการขับเคลื่อนประเทศ / หลักสูตรการสร้างโอกาสในการแข่งขัน / หลักสูตรเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือน
นายประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความสำคัญของการจัดอบรมในครั้งนี้ ว่า เป็นการดำเนินงาน ตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อมุ่งหวังในการแก้ไขปัญหาการดำรงชีพของเกษตรกร ให้สามารถประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในช่วงวิกฤติภัยแล้ง ซึ่งเกษตรกรจะต้องมีการปรับระบบการผลิตให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม สามารถสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้สร้างเศรษฐกิจชุมชน และส่งผลต่อการพัฒนาตนเอง มีทัศนคติที่ดีต่อการพัฒนาประเทศและการอยู่ร่วมกับสังคมอย่างสันติสุข ตามนโยบายรัฐบาลต่อไป.


