อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค

12509060_1657054024512186_2323988865056075507_n

12400557_1657054131178842_4095435811717382269_n

12540574_1657054137845508_4632752308353540518_n

10441396_1657054234512165_247102322693771678_n

ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรมลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค หวังให้สถานประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนตามนโยบายของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 8 มกราคม  2559  เวลา 10.00 น.ที่ บริษัท เมธี ภูเก็ต จำกัด นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ภูเก็ตตรวจเยี่ยม บริษัทเมธี จำกัด เพื่อติดตามโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (one province one Agro-industrial Product OPOAL) โดยมี นายวัชรินทร์ ไชยานุพงศ์ อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต  นางบุญมา จตุเมธเมธี ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมธี ภูเก็ต ให้การต้อนรับคณะผู้ตรวจราชการสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะฯ ในครั้งนี้
นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล  กล่าวว่า โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค (one province one Agro-industrial Product OPOAL) เริ่มต้นตั้งแต่ปี2550 โดยมุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสถานประกอบการ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับสถานประกอบการ รวมถึงกำหนดให้มีกลยุทธ์ขับเคลื่อนการตลาด การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค หวังให้สถานประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการพัฒนา แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง สามารถลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ โดยมี 6 แผนงานประกอบด้วย การบริหารจัดการโลจิสติกส์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การปรับปรุงคุณภาพและพัฒนางาน การลดต้นทุนพลังงาน การยกระดับมาตรฐานการผลิต/ระบบมาตรฐานสากล และกลยุทธขับเคลื่อนการตลาด

นางบุญมา จตุเมธเมธี  กล่าวว่า บริษัทเป็นผู้ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทต้ม นึ่ง อบ กะเทาะเมล็ดพืช หรือเปลือกเมล็ด และผลิตอาหารสำเร็จรูปจากเมล็ดเป็นร้านของฝากจังหวัดภูเก็ต บริษัทมีกำลังการผลิตที่ 100 กิโลกรัมต่อวัน โดยมีกำลังผลิตที่83.33 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเหลือกำลังการผลิตต่อวันอีก 16.67 กิโลกรัมต่อวัน อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถลงมือปฏิบัติตามแผนได้จริง คือ 1. พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยทางสถานประกอบการ สามารถพัฒนาบรรจุภัณฑ์ใหม่ได้ 3 รูปแบบ คือ แบบกล่อง แบบซอง และแบบขวด  2. การนำเสนอเพื่อเปิดช่องทางการตลาดใหม่ใน King Power โดยทางสถานประกอบการนำสินค้าที่ได้รับมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ไปนำเสนอเพื่อเข้าจำหน่ายได้สำเร็จ ซึ่งจาการเข้าร่วมโครงการเพิ่มยอดขายได้ร้อยละ 17.57