ชาวสวนยางพารา – สวนผลไม้ พื้นที่ 3 ตำบล ใน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ร้องผู้ว่าฯ เดือดร้อน จากมาตรการของอุทยานที่จะเข้าตรวจสอบพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน อ้างทำกินมานานแต่บางคนไม่มีหนังสือรับรองตามมติครม.มาแสดงหวั่นถูกตัดโค่นทำลายต้นยางพารา –ผลไม้
เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2558 เวลา 10.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 3 หมู่ 4 ต.เทพกระษัตรี หมู่ 3 ต.เชิงทะเล และหมู่ที่ 6 ต.สาคู ประมาณ 50 คน เดินทางมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมและความเห็นใจ จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ เพื่อขอให้ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับชาวบ้าน เนื่องจากชาวบ้านซึ่งประกอบอาชีพทำสวนยางพารา และสวนผลไม้ในพื้นที่อำเภอถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นการครอบครองที่ดินในพื้นที่อนุรักษ์ตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2541 กำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากทางอุทยานจะดำเนินการเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน หากรายใดไม่มีหนังสือรับรองตามมติคณะรัฐมนตรีทางอุทยานก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะตัดโค่นทำลายต้นยางพาราและต้นผลไม้ต่างๆ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะทำให้ชาวบ้านบางส่วนไม่มีหนังสือรับรองตามมติ ครม.มาแสดงได้รับความเดือดร้อน อย่างไรก็ตามในการยื่นหนังสือในครั้งนี้นายณรงค์ฤทธิ์ รอดดำ และนายศุภฤกษ์ ชูมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เดือดร้อน ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ ปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งลงมารับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน แทนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ติดภารกิจ โดยใจความส่วนหนึ่งของหนังสือร้องเรียนระบุว่า ชาวบ้านซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพารา สวนผลไม้ ในพื้นที่ 3 ตำบล ซึ่งเป็นผู้มีชื่ออยู่ในแบบจำนวนประมาณ 270 คน และนอกสำรวจอีกประมาณ 30 คน รวมประมาณ 300 คน ที่จะได้รับความเดือดร้อน จากกรณีที่ทางอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านได้แจ้งความประสงค์ไปยังหัวหน้าอุทยานขอให้โอกาสชาวบ้านที่ยังไม่ได้มีการแจ้งสิทธิ์ตามมติคณะรัฐมนตรี ได้นำหลักฐานมาแสดงขอแจ้งสิทธิ์อีกครั้ง เพราะยังมีชาวบ้านที่ตกค้างไม่ได้แจ้งสิทธิ์อีกจำนวนมาก ซึ่งคนเหล่านั้นมีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าได้อยู่อาศัยทำกินในที่ดินมาก่อนปี 2541 จริง ซึ่งมีหลักฐานหลายอย่าง เช่น หลักฐานการขอสำเนาทะเบียนบ้านต่อที่ว่าการอำเภอถลาง หลักฐานการชำระภาษีที่ดินต่อหน่วยงานราชการ หลักฐานการได้รับสงเคราะห์สวนยางพาราจากหน่วยงานราชการ หลักฐานความน่าเชื่อถือของบุคคลที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐเช่น ผู้ใหญ่บ้าน ทางกลุ่มชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจึงเดินทางมายื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านในครั้งนี้ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีอาชีพในการทำมาหากินต่อไป
นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังรับหนังสือ ว่าจะนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตถึงข้อร้องเรียนของชาวบ้านในครั้งนี้ และคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานลงไปสำรวจพื้นที่ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ต่อไป เพราะการที่หน่วยงานราชการจะเข้าไปดำเนินการอะไรก็จะต้องมีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อเท็จจริงก่อนว่ามีสภาพเป็นอย่างไร
นายณรงค์ฤทธิ์ รอดดำ และนายศุภฤกษ์ ชูมนุษย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เดือดร้อน กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านกำลังเดือดร้องจากมาตรการของอุทยานที่จะเข้าไปตรวจสอบที่ทำกินของชาวบ้านที่ได้รับหนังสือรับรองตามมติ ครม.ให้อาศัยทำประโยชน์ในที่ดินก่อนปี 2541 ซึ่งในพื้นที่เดียวกันนั้นยังมีชาวบ้านบางส่วนที่ตกสำรวจ จึงอยากให้ทางราชการช่วยให้มีการสำรวจใหม่อีกครั้ง เนื่องจากชาวบ้านที่ตกสำรวจก็อยู่กันมานานและอยู่กันมาก่อนที่จะมีมติครม.ดังกล่าวอีก เช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายราย ที่กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหลังจากที่อุทยานนำป้ายไปปิดประกาศไม่ให้มีการแผ้วถาง ปลูกเพิ่ม หรือต่อเติมบ้านพักซึ่งใช้อาศัยกันมาเป็นเวลานาน ทำให้ไม่สามารถทำอะไรในสวนผลไม้ หรือสวนยางที่ตัวเองอยู่มากว่า 40 ปี แล้ว จึงอยากให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือเพื่อให้ชาวบ้านได้มีที่ทำกินต่อไป




