รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานติดตามผลการดำเนินงานด้านพลังงานจังหวัดภาคใต้ที่ภูเก็ต พร้อมวางนโยบายเพิ่มขนาดสายส่งเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2558 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมอาคารสำนักงาน ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและคณะเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต พร้อมรับฟังบรรยายสรุป และติดตามผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต ตามโครงการตรวจราชการด้านพลังงาน จังหวัดภาคใต้ โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้การต้อนรับ มีนายวิโรจน์ ดำคง พลังงานจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังรับฟังบรรยายสรุปและเข้าเยี่ยมชมศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต ว่า จากการตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะ ของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยจังหวัดภูเก็ต พบว่า เทศบาลนครภูเก็ตมีรูปแบบการบริหารจัดการขยะได้ดี โดยการกำจัดขยะโดยวิธีการเผาของโรงกำจัดขยะ สามารถนำไปผลิตกระแสไฟฟ้าได้จริง และมีการวางแผนบริหารจัดการอย่างยั่งยืน ในส่วนของการใช้พลังงานโดยเฉพาะไฟฟ้านั้น เนื่องด้วยภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวอาจจะมีอุปสรรคในการลดใช้พลังงานไฟฟ้าบ้าง อย่างไรก็ตาม อยากให้ทุกภาคส่วนช่วยกันประหยัด ในส่วนของภาครัฐ ได้วางนโยบายเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้อย่างยั่งยืน โดยจะเพิ่มขนาดของสายส่งให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 3 ปี สำหรับภาพรวมการบริหารจัดการกำจัดขยะมูลฝอยของจังหวัดภูเก็ต นั้น ปัจจุบันแบ่งการกำจัดออกเป็นการเผา และการฝังกลบ ซึ่งในปี 2558 มีขยะมูลฝอย 750 ตันต่อวัน คิดมูลค่ากำจัดขยะมูลฝอย 520 บาทต่อตัน ปัจจุบันมีอัตราเพิ่มของขยะมูลฝอย ร้อยละ7.3 ต่อปี ทั้งนี้ จากการกำจัดขยะโดยโรงเตาเผาขยะมูลฝอย 700 ตันต่อวัน สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 12 เม็กกะวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถส่งออกไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ 72,000 – 79,200 เม็กกะวัตต์ต่อปี นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานพลังงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงภูเก็ต 3 และระบบการควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตด้วย






