เจ้าท่าภูเก็ตคุมเข้มเรือโดยสารและเรือสปีดโบ๊ท

10620731_1654376681446587_4078279441603225953_n

922950_1654376641446591_6896571749287930208_n

1005857_1654376774779911_3113230024943556347_n

1919126_1654376848113237_6480876404696246982_n

เจ้าท่าภูเก็ตคุมเข้มเรือโดยสารและเรือสปีดโบ๊ทก่อนออกจากท่ารองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ในช่วงเทศกาลปีใหม่กว่าวันละ 13,000 คน ส่งเจ้าหน้าที่คุมทุกท่าเรือ
เมื่อวันที่ 28ธันวาคม  2558  นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 พร้อมเจ้าหน้าที่ ออกตรวจความพร้อมของท่าเรือและเรือโดยสาร รวมทั้งเรือสปีดโบ๊ท ที่จะนำนักท่องเที่ยวออกไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ ในทะเลอันดามัน เพื่อรองรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลเป็นจำนวนมาก ณ.บริเวณท่าเรือรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งบรรยากาศที่ท่าเรือคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะพีพี และเกาะแก่งอื่นๆ โดยการตรวจตราความพร้อมของเรือโดยสารในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าภูมิภาคที่ 5 ได้เน้นย้ำในเรื่องของความปลอดภัยเป็นสำคัญ ห้ามเรือบรรทุกเกินน้ำหนัก และต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตครบตามจำนวนผู้โดยสาร และโดยเฉพาะเรือสปีดโบ๊ทจะออกจากท่าได้นั้นผู้โดยสารทุกคนจะต้องสวมเสื้อชูชีพเท่านั้น และหากเรือลำใดไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว จะไม่อนุญาตให้ออกจากท่าโดยเด็ดขาด

นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ กล่าวว่า การออกตรวจความพร้อมของเรือโดยสารในวันนี้ เพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติใช้บริการท่าเรือต่างๆ ของภูเก็ตเดินทางไปท่องเที่ยวทางทะเลเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 13,000 คนต่อวัน ซึ่งการตรวจตราความพร้อมของเรือโดยสารนั้น ทางเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 ได้ดำเนินการตลอดทั้งปี เพราะในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากท่าเรือในภูเก็ตกว่าวันละ 10,000 คนอยู่แล้ว แต่ในช่วงเทศกาลปีใหม่อาจจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมาตราในการดูแลความปลอดภัยนั้นดำเนินการตลอดทั้งปี โดยเน้นย้ำในเรื่องของความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งในแต่ละวันจะส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำท่าเรือทุกท่าในภูเก็ต เพื่อตรวจความพร้อมของเรือก่อนออกจากท่าเรือ ซึ่งเรือที่จะออกจากท่าเรือได้นั้นจะต้องไม่บรรทุกเกินน้ำหนัก จะต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตพร้อม โดยเฉพาะเสื้อชูชีพ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญมากๆ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุทางทะเลขึ้น การสวมเสื้อชูชีพจะทำให้ผู้ที่ประสบเหตุลอยตัวอยู่ในทะเลได้หลายชั่วโมง เพื่อรอหน่วยงานต่างๆ เข้าให้การช่วยเหลือ แต่หากไม่สวมเสื้อชูชีพจะอยู่ทะเลได้แค่ 3 – 5 นาทีเท่านั้น ดังนั้นเรือที่จะออกจากท่าได้จะต้องมีความพร้อมในเรื่องของเสื้อชูชีพ รวมไปถึงความพร้อมด้านต่างๆ ของเรือ และคนขับเรือนอกจากนี้ ยังมีการกำหนดความเร็วของเรืออีกด้วย โดยเฉพาะเรือสปีดโบ๊ท นั้น ห้ามขับเกิน 5 น๊อตในบริเวณการจราจรหนาแน่นตามเกาะต่างๆ ที่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวนมาก ท่าเรือฉลอง รัษฎา เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการประกาศแจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ททั้งหมดแล้ว ส่วนความพร้อมของภูเก็ตในการให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวหากเกิดอุบัติเหตุทางทะเล นั้นภูเก็ตมีความพร้อมในการให้การช่วยเหลืออยู่แล้วในนามของ ศรชล เขต 3 ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายๆ รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ควบคุมเรือและให้เรือโดยสาร เรือสปีดโบ๊ท ติดระบบ AIS ทุกลำ เพื่อทางศูนย์จะได้ทราบตำแหน่งที่ตั้งของเรืออย่างชัดเจนหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นการให้การช่วยเหลือก็จะรวดเร็วมากยิ่งขึ้นลดการสูญเสียที่จะเกิด.

564178_1654376854779903_2164920828278601789_n