ผู้บริหาร โรงแรมกะตะบีชฯปฏิเสธปล่อยน้ำเสียลงหาด เตรียมฟ้องคนโพสต์ทำเสียหายถ้าไม่ติดต่อมาใน 1 สัปดาห์ ขณะที่หัวหน้างานบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลกะรน ยืนยันอีกครั้ง เกิดจากการซ่อมระบบบำบัดของเทศบาล
จากกรณีที่โซเชียลต่างๆในภูเก็ต มีการแชร์ภาพน้ำเสียสีดำ ไหลลงชายหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา จนเกิดเสียงวิพากย์วิจารณ์ถึงการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบและบางก็กล่าวว่า เป็นความมักง่ายของผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นจำนวนมาก จนนายวันชัย แซ่ตัน ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลกะรน ได้มีการชี้แจงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอุบัติเหตุ เกิดจากที่สถานีดูดน้ำเสียเพื่อไปเข้าระบบบำบัดของเทศบาลมีการชำรุด ท่อขนาดใหญ่แตก และเร่งทำการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ แต่ขณะซ่อมแซมมีน้ำเสียบางส่วนไหลออกจากระบบ ประกอบกับฝนตกหนักจนน้ำเสียไหลออกไปยังชายหาด
ถึงแม้ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลตำบลกะรน ได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังมีแพร่ภาพออกไปยังโซเชียลต่างๆ และวิพากย์วิจารณ์ด้วยถ้อยคำรุนแรงว่าผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆเป็นผู้ปล่อยน้ำเสีย รวมถึงโรงแรมกะตะบีช รีสอร์ทแอนด์สปา ซึ่งอยู่ใกล้จุดดังกล่าว ล่าสุดนาย ประมุขพิสิฐ อัฉริยะฉาย ประธานโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ป เรือเอกเจด็จ วิชรศรณ์ สมาชิกสภาเทศบาลฯ นาย ฉัตรพร เจริญเวช หัวหน้างานบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลกะรน พร้อมด้วยวิศวะกร ผู้รับผิดชอบระบบบำบัดน้ำเสีย ได้ร่วมแถลงข่าว เพื่ออธิบายต่อสังคมถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
นายประมุขพิสิฐ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงแรมในเครือกะตะกรุ๊ปได้รับความเสียหายเนื่องจากมีการโพสต์ทางโซเชี่ยลว่าถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และมีบางส่วนที่คอมเม้นต์ว่าเกิดจากโรงแรมกะตะบีช รีสอร์ท แอนด์สปา เป็นผู้ปล่อยน้ำเสียดังกล่าวลงทะเล ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง ทางโรงแรมมีบ่อบำบัดน้ำเสียของตัวเอง และเชื่อมน้ำเสียเข้าระบบกับทางเทศบาลเพื่อส่งกลับไปยังบ่อบำบัด และไม่เคยลักลอบปล่อยลงขณะฝนตกแต่อย่างใด โดยขณะนี้ผลที่เกิดขึ้นทำให้โรงแรมและผู้บริหารได้รับความเสื่อมเสีย จึงได้บันทึกข้อความที่ทำให้เกิดความเสียหาย และเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.กะรน และจะให้เวลากับผู้ที่โพสกล่าวถึงโรงแรมติดต่อมาพูดคุย เบื้องต้นมีประมาณ 20 ราย หากไม่ติดต่อมาจะมีการแจ้งความดำเนินคดีภายใน 1 สัปดาห์
ด้าน นาย ฉัตรพร เจริญเวช หัวหน้างานบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลกะรน กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการซ่อมแซมระบบของเทศบาล ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการ รวมถึงโรงแรมกะตะบีชฯตามที่มีการกล่าวพาดพิง โดยความจริงเกิดจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการชำรุด ท่อขนาดใหญ่แตก คือสถานีบำบัดอยู่ที่ซอยปฏัก24 ต.กะรน โดยตรวจพบตั้งแต่เย็นของวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา จึงเร่งทำการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ แต่ขณะซ่อมแซมได้เกิดชำรุดเพิ่มเนื่องจากระบบดังกล่าวใช้งานมาเป็นเวลานานรวม ระยะเวลากว่า 10 ปี จึงต้องจัดหาอุปกรณ์และเร่งซ่อมตลอดทั้งคืน จนกระทั่งแล้วเสร็จในเวลา 03.00 น.ของเช้าวันที่ 6 พ.ย. ซึ่งช่วงที่ซ่อมแซมมีน้ำเสียจากสถานประกอบการไหล ออกจากระบบไปจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบดี แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะต้องเร่งทำระบบใหญ่ให้แล้วเสร็จ ทำให้น้ำเสียจำนวนหนึ่งไหลไปที่สถานีสูบน้ำ CP1 ข้างโรงแรมกะตะบีชและออกไปยังทะเลในช่วงเช้า
ขณะนี้ ระบบบำบัดของเทศบาลมีเพียง 1 แห่ง อยู่ที่ซอยปฏัก 24 ต.กะรน และมีสถานีสูบอีก 5 แห่งตลอดแนวชายหาด สามารถรองรับน้ำเสียเข้าบ่อบำบัด 6,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่ขณะนี้เริ่มเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่รับได้ ทางเทศบาลจึงอนุมัติงบประมาณ 40 ล้านบาทเพื่อเพิ่มระบบบำบัดให้รองรับอีก 8,000 ลบ.เมตร เป็น 13,000 ลบ.เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จได้ในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งต่อไปจะไม่มีปัญหาไปอีก 4- 5 ปี ยกเว้นช่วงฝนตกหนักเพราะระบบนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับกรณีมีน้ำฝน ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้อาจจะล้นลงสู่ทะเล แต่ก็เจือจาง
ส่วนโรงแรมสถานประกอบการต่างๆ ขณะนี้ส่งน้ำบำบัดกับเทศบาลฯจำนวน 154 แห่ง แต่หลังจากที่เทศบาลมีการออกเป็นเทศบัญญัติ เก็บค่าบำบัดน้ำเสีย มีผู้แจ้งความประสงค์ไว้เพียง 30 แห่ง รวม ถึงโรงแรมกะตะบีช ส่วนที่เหลือ ต้องการบำบัดเอง ก่อนปล่อยลงทะเล ซึ่งทางผู้ประกอบการต้องส่งผลการตรวจวัดค่ามาให้กับเทศบาล และเทศบาลจะมีการจ้างบริษัทฯซึ่งมีห้องแล็บ และตั้งทีมเข้าไปตรวจสอบวัดค่าน้ำในสถานประกอบการแต่ละแห่งให้เป็นไปตามมาตรฐานอีกครั้ง









