เปิดค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดภูเก็ต

12795142_1690943111123277_8923077189879277332_o

13041122_1690943104456611_6477327578701406751_o

13047761_1690943107789944_9011115577594508516_o

ศป.ปส.จ.ภูเก็ตเปิดค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติการตามแผนป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาล

เมื่อวันที่ 22 เมษายน  2559  เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์ฟุตบอลอนุสรณ์สึนามิภูเก็ต (ฟีฟ่า) หมู่ที่ 6 ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ ปลัดจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายอนิรุทธิ์ บัวอ่อน ป้องกันจังหวัดภูเก็ต ดร.ประพรศรี นรินทร์รักษ์ รอง น.พ.สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2559 ประกอบด้วย 4 แผนหลัก คือ แผนป้องกันยาเสพติด แผนบำบัดยารักษายาเสพติด แผนปราบปรามยาเสพติด และแผนบริหารจัดการปัญหายาเสพติดอย่างบูรณาการ ภายใต้ 8 ยุทธศาสตร์หลัก ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับ ศป.ปส.อ.กะทู้ เทศบาลเมืองกะทู้ เทศบาลเมืองป่าตอง และองค์การบริหารส่วนตำบลกมลา ดำเนินโครงการแก้ไขปัญหายาเสพติดระบบสมัครใจ ศูนย์ขวัญแผ่นดินจังหวัดภูเก็ต เป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดระหว่างวันที่ 21 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2559 ณ ศูนย์ฟุตบอลอนุสรณ์สึนามิภูเก็ต (ฟีฟ่า)โดยแบ่งการฝึกอบรมออกเป็นด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (กาย-จิต-สังคม) ระยะเวลา 9 วัน และด้านการฝึกอาชีพระยะเวลา 5 วัน รวมระยะเวลาการฝึกอบรมทั้งสิ้นจำนวน 14 วัน ซึ่งสำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอทั้ง 3 อำเภอ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. ชรบ.ปฏิบัติการตั้งจุดสกัด – ตรวจค้นหาผู้เสพยาเสพติดกลุ่มเป้าหมาย พบผู้ต้องสงสัยว่าจะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้คัดกรองแล้วว่าเป็นผู้เสพมีความสมัครใจเข้ารับบำบัดตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ 108/2557 รวมทั้งสิ้นจำนวน 93 ราย

นอกจากนี้ นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ กล่าวว่า ให้ผู้เข้าค่ายทุกท่านที่มาอยู่ร่วมกันและระยะเวลา 14 วันนี้ ได้มีความตั้งใจในการรับฟังการถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด รวมทั้งการฝึกปฏิบัติต่าง ๆ จากทีมวิทยากร และนำเอาความรู้และทักษะที่ได้ไปใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด สำหรับในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องขอความร่วมมือให้ร่วมด้วยช่วยกันในการดูแล ให้ความรักความอบอุ่นแก่สมาชิกในครอบครัวไม่ให้หวนกลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก ในส่วนของผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ก็จะมีหน้าที่ในการเป็นผู้ติดตามดูแลช่วยเหลือผู้ที่ผ่านเข้าค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ และผู้ที่ผ่านการบำบัดรักษาแล้วเป็นระยะตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ และเชื่อว่าถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันการแก้ไขปัญหายาเสพติดจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตจะลดลงและหมดไปในที่สุด