อบจ.ภูเก็ต จัดพิธีเปิดสวนสาธารณะ ต.เกาะแก้ว ภายใต้ โครงการ “เดินเพื่อสุขภาพ”
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2558 เวลา 17.00 น. นายธีระ เจี่ยสกุล ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดสวนสาธารณะตำบลเกาะแก้ว ภายใต้ โครงการ “เดินเพื่อสุขภาพ” โดย นางสาววิศัลย์ศยา ผลสิน สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ซึ่งมี นายประสิทธิ์ สินเสาวภาคย์, นายสิทธิโชค เดชภิบาล, นายสมคิด สุภาพ, นางนวลจันทร์ สามารถ และนางสาวสุปรียา เอี่ยมวิวัฒนากูล สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ อบจ.ภูเก็ต รวมถึงนายเกื้อเกียรติ จิตต์เกื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแก้ว คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา และเจ้าหน้าที่ อบต.เกาะแก้ว ตลอดจนผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และเยาวชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณสวนสาธารณะตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
นางสาววิศัลย์ศยา ผลสิน สมาชิกสภา อบจ.ภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา การมีสุขภาพที่ดีมิได้หมายถึงเพียงการมีหลักประกันในการเข้าถึงบริการสุขภาพเท่านั้น ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนรู้จักการดูแลสุขภาพของตนเอง เพื่อให้มีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่เสมอ เพราะโรคบางโรคสามารถป้องกันได้ด้วยการออกกำลังกาย ดีกว่าการรอให้เกิดการเจ็บป่วยแล้วรักษา การที่คนเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่ดี ดังนั้นประชาชนจึงควรมีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ตนเองมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การออกกำลังกาย เป็นการดูแลสุขภาพด้วยตนเองที่เป็นผลดีต่อสุขภาพ และช่วยให้เราชะลอความแก่ได้ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีก็ยิ่งจะทำให้เรามีสุขภาพดี สุขภาพดีเราต้องดูแลตนเอง นอกจากอาหาร อากาศบริสุทธิ์ และจิตใจสบายไม่เครียดแล้ว การออกกำลังกายให้สุขภาพดีนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และวิธีที่ดีที่สุดคือการเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ เดินช้าๆ เพียงเท่านี้ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดแล้ว
องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สนับสนุนงบประมาณจำนวน 11,280,000 บาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างสวนสาธารณะตำบลเกาะแก้ว ใช้เวลาในการก่อสร้าง 270 วัน ประกอบด้วย ทางเดิน (Walk Way) ระยะทาง 835 เมตร เครื่องออกกำลังกายกลางแจ้ง จำนวน 15 ชุด ในวันนี้จึงได้มีการจัดกิจกรรม “เดินเพื่อสุขภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสมรรถภาพทางกาย และมีสุขภาพจิตที่ดี เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนมีสุขนิสัยรักการออกกำลังกาย และพัฒนาคุณภาพชีวิต ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนรู้รักสามัคคีในหมู่คณะ และประสานสัมพันธ์ระหว่างชุมชน.







