เพลิงไหม้บ่อฝังกลบขยะที่ 5 เตาเผาขยะเทศบาลนครภูเก็ต หน่วยดับเพลิงระดมเจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงเร่งสกัด ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เสี่ยงอาจลุกโชนใหม่ ขณะที่จนท.หวั่นผลกระทบกลุ่มควันไฟลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอาจมีสารพิษปะปน
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 17 มี.ค.หน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครภูเก็ตได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ประจำเตาเผาขยะเทศบาลนครภูเก็ตว่าเกิดเพลิงลุกไหม้บริเวณบ่อฝังกลบขยะที่5 ด้านหลังเตาเผาขยะและกำลังลามเป็นวงกว้างเกรงว่าจะก่อให้เกิดกลุ่มควันจากการเผาไหม้เป็นจำนวนมาก จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิง-รถน้ำกว่า 5 คันและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตรุดไปตรวจสอบและระงับเพลิง
ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่โล่งกว้างนับสิบไร่ห่างจากเตาเผาขยะเล็กน้อย โดยจัดทำเป็นบ่อฝังกลบขยะและปฏิกูลต่างๆที่รถเก็บขยะจากเทศบาล-อบต.ต่างๆในพื้นที่เก็บมาบางส่วนนำมาทิ้งไว้ ทั้งเก่าและใหม่ ขยะบางส่วนจะถูกนำเข้าเตาเผาเพื่อทำลาย บางส่วนจะนำมาฝังกลบไว้เพื่อรอการเน่าสลาย พบกลุ่มควันและไฟกำลังลุกไหม้ขยะเป็นวงกว้างและอย่างรวดเร็ว ทำให้หน่วยดับเพลิงต่างต้องเร่งฉีดน้ำเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ฝังกลบข้างเคียง แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเพลิงได้ลุกไหม้จากขยะและปฏิกูลที่ถูกฝังกลบอยู่ที่ชั้นด้านล่างและลุกไหม้ขึ้นมายังชั้นด้านบน การฉีดน้ำต้องระดมฉีดลงไปด้านล่างเพื่อไประงับที่ต้นเพลิงให้ได้ โดยใช้เวลากว่า 2 ชม.จึงสามารถควบคุมเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ให้อยู่ในวงจำกัดได้ ขณะเดียวกันยังคงเกิดกลุ่มควันไฟลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากขยะมีทั้งพลาสติกและวัสดุต่างๆ หน่วยดับเพลิงจึงได้แต่ฉีดน้ำเลี้ยงไว้ไม่ให้เกิดเปลวไฟขึ้นอีก
สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่าได้มีกลุ่มไฟเริ่มไหม้ที่บริเวณพื้นที่ฝังกลบและลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความร้อนของแสงอาทิตย์ทำปฏิกิริยากับพลาสติกที่เป็นขยะและถูกฝังกลบไว้นาน จนเกิดการเผาไหม้หรืออาจมีใครทิ้งก้นบุหรี่ ทำให้เกิดการเผาไหม้ได้ในที่สุด ทั้งนี้ข้อมูลจากเหตุเพลิงไหม้หลุมฝังกลบขยะหรือบ่อขยะจากพื้นที่อื่นๆที่ผ่านมาอาจมีองค์ประกอบของการเกิดไฟหรือเพลิงไหม้ในบ่อขยะหรือบ่อฝังกลบอาจมีปัจจัยต่างๆ เช่น เชื้อเพลิง อากาศและประกายไฟ จึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ทั้งบริเวณผิวบนกองขยะและจากด้านในชั้นขยะ ซึ่งเต็มไปด้วยสารอินทรีย์ สารเคมีและวัสดุติดไฟชนิดต่างๆ ซึ่งเมื่อวัสดุเหล่านี้ลุกไหม้อย่างไม่สมบูรณ์จะทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ ซึ่งจะประกอบไปด้วย ฝุ่นและเขม่าควัน ซึ่งทำให้ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจและบดบังทัศนวิสัย ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด ขาดอากาศ เวียนศีรษะ เมื่อได้รับเป็นระยะเวลานานอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ อย่างไรก็ดีอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ต่อไป



