เมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร

1919393_1654381758112746_8468566166103595870_n

1934988_1654381864779402_1306960780445892756_n

537_1654381858112736_3484146947123880921_n

10565159_1654381861446069_8465161415032713447_n

ภูเก็ตเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก สาขา วิทยาการอาหาร (Gastronomy) และอนุญาตให้เทศบาลนครภูเก็ตสามารถใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์ของยูเนสโก เพื่อการประชาสัมพันธ์ด้านอาหารได้
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 58 ที่สำนักงานเทศบาลนครภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันแถลงข่าวกับเทศบาลนครภูเก็ต ในหัวข้อ จังหวัดภูเก็ตได้รับเกียรติและประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารหรือ City of Gastronomy ของยูเนสโกประจำปี 2558

นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา กล่าวว่า สำหรับการสมัครเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารในครั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ตมีความตั้งใจที่จะดำเนินการเพื่อชาวภูเก็ตทั้งจังหวัดไม่ว่าจะอยู่ในเขตหรือนอกเขต เป็นพี่น้องกันหมด เป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีความหลากหลายของเชื้อชาติ ศาสนา เป็นเมืองที่เจริญอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานของความสามัคคี สงบ สันติสุขมายาวนานกว่า 150 ปี ภายใต้ร่มบรมโพธิสมภารขององค์พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ดังเช่นคนในเขตย่านเมืองเก่าที่เทศบาลนครภูเก็ตมีนโยบายสนับสนุนการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรม ก็จะมีทั้งชาวบาบ๋า เพอรานากัน ชาวมุสลิม ชาวฮินดู ชาวคริสต์ บนพื้นฐานของความเป็นชาวไทยทั้งมวล จนวัฒนธรรมของเราทั้งอาหาร เสื้อผ้า สถาปัตยกรรม แสดงถึงความหลากหลายที่ผสมผสานกันจนงดงาม สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมจนเป็นรากฐานให้คนรุ่นหลังได้นำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อเกิดรายได้ เราจึงได้รับการยกระดับเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในครั้งนี้

ทั้งนี้สาเหตุที่จังหวัดภูเก็ตได้รับการประกาศเป็นเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก สาขา วิทยาการอาหาร  Gastronomy เพราะ ยูเนสโกได้เห็นจุดเด่นของเมืองภูเก็ตสำคัญๆ อยู่ 5 ประการ คือ  1.ความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหาร ที่เกิดจากพหุสังคมตามที่ได้กล่าวมาแล้ว  2.อาหารภูเก็ตเป็นองค์ประกอบสำคัญในทุกเทศกาล พิธีการ ความเชื่อ วิถีชีวิตในครอบครัว และยังใช้ประกอบการต้อนรับแขกบ้านเมืองให้ประทับใจอยู่เสมอ  3.อาหารท้องถิ่นภูเก็ตหลายประเภทมีอัตลักษณ์ หาทานที่อื่นไม่ได้ สูตรลับเฉพาะที่ ถ่ายทอดผ่านคนในครอบครัว และหลายอย่างเป็นวัตถุดิบที่มีเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำเป็นต้องอาศัยการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน  4.ความเข้มแข็ง และความร่วมมือจากภาคเอกชน ภาครัฐและสถาบันทางวิชาการในภูเก็ต ทำให้มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมบนพื้นฐานวิทยาการด้านอาหารหลากหลายอย่าง เช่น การจำหน่ายอาหารท้องถิ่นแปรรูป เป็นของฝาก ของที่ระลึก การจัดบริการอาหารในร้านอาหารหรือโรงแรม เทศกาลอาหารชนิดต่างๆ รวมถึงการเข้ามาแลกเปลี่ยนของอาหารนานาชาติ ทำให้เกิดการเพิ่มมูลค่าสินค้า และการขยายตัวทางเศรษฐกิจแก่เมืองและประชาชน  5.ชาวภูเก็ตมีน้ำใจ อัธยาศัยดีงาม (Thai Hospitality) ยินดีร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์กับเมืองอื่นๆ ในเครือข่าย หรือต้อนรับด้วยเมืองที่มีภูมิทัศน์งดงาม บรรยากาศอบอุ่น “Good Food, Good Health, Good Spirit…in Phuket” กินดี อยู่ดี มีจิตงาม…ที่ภูเก็ต