เรือนจำจังหวัดภูเก็ตดึงผู้ต้องขังกว่า 60 คนร่วมฝึกอบรมลูกเสือประจำเรือนจำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เตรียมคืนคนดีสู่สังคม.
เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2559 เวลา 8.30 น. ที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ต นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมลูกเสือเรือนจำประจำปี งบประมาณ 2560 โดยมีนายสมคิด คำมั่ง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่เรือนจำ คณะวิทยากรและผู้ต้องขังจำนวน 60 คนเข้าร่วม
นายสมคิด คำมั่ง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่กรมราชทัณฑ์ มีภารกิจในการควบคุม บำบัด ฟื้นฟู และแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อคืนคนดีมีคุณค่าสู่สังคม จึงได้ทำแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช 2559 – 2560 ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง เพื่อคืนคนดีสู่สังคม โดยกำหนดกลยุทธ์ว่า พัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ต้องขังตามความเหมาะสม ยุทธศาสตร์ที่ 3 แก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างยั่งยืน กลยุทธ์หลัก สกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่เรือนจำ ปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากเรือนจำ การบำบัดฟื้นฟูผู้ต้องขังยาเสพติด จึงได้ดำเนินการจัดการศึกษาทั้งสายสามัญ วิชาชีพ การศึกษาตามอัธยาศัย ตลอดจนอบรมในลักษณะต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง ทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะด้านคุณธรรมและจริยธรรมด้านการปลูกฝังให้ผู้ต้องขังเป็นผู้เสียสละ ทำตนให้เป็นประโยชน์ มีระเบียบวินัยในตนเอง มีความรับผิดชอบ สามารถทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข อีกทั้งปลูกฝังให้มีความเคารพ ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
เรือนจำจังหวัดภูเก็ต ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของกิจกรรมลูกเสือเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมลูกเสือเรือนจำ ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดภูเก็ต ประจำปี พ.ศ.2560 ในยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด แผนงานที่ 2 แผนการบำบัดรักษา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีประวัติการเสพยาเสพติด ได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจ ได้ยึดมั่นในกฎ คำปฏิญาณตนของลูกเสือและสามารถนำไปใช้ปฏิบัติตนในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อปลูกฝังกล่อมเกลาให้ผู้ต้องขัง มีจิตใจเมตตา เสียสละ และมีสัมพันธภาพอันดีกับเพื่อนมนุษย์ทั่วไป รวมทั้งการเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกได้มีส่วนร่วมแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง
นายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ได้ร่วมกับเรือนจำจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินภารกิจอันสำคัญยิ่งด้วยการสืบสานปณิธานของพรบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ทรงพระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยขึ้น เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ด้วยทรงมีพระราชปราภรว่า เมื่อฝึกผู้ใหญ่เป็นเสือป่าเพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองแล้ว เห็นควรที่จะมีการฝึกเยาวชนให้มีความรู้ทางเสือป่าด้วย เมื่อเติบโตขึ้นจะได้รู้จักหน้าที่ และประพฤติตนให้เป็นประโยชน์ต่อชิติบ้านเมือง ให้มีความสามัคคี มานะอดทน เสียสละ เพื่อส่วนรวม จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ทรงตั้งกองลูกเสือกองแรกขึ้นที่โรงเรียนมหาดเล็กหลวง หรือโรงเรียนวชิราวุธในปัจจุบัน พร้อมจัดตั้งกองลูกเสียตามโรงเรียนต่างๆ ให้กำหนดข้อบังคับลักษณะปกครองลุกเสือขึ้น และพระราชทานคำขวัญให้ลูกเสือว่า “เสียชีพ อย่าเสียสัตย์” ดังนั้น พวกเราลุกเสือวิสามัญ จะต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยดำเนินรอยตามพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน
ภารกิจของลูกเสือมิได้มีแต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ได้มีการดำเนินกิจการลูกเสือ ในประเทศต่างๆทั่วโลก ดังนั้น สมาชิกลูกเสือวิสามัญทุกคน จงมีความภาคภูมิใจ เมื่อได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจการ ซึ่งมีความสำคัญในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ดังได้กล่าวมาข้างต้น จึงขอให้ทุกคนตั้งใจร่วมกิจกรรมการอบรมครั้งนี้ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความชำนาญ ซึ่งจะได้นำไปใช้ประโยชน์ ตลอดทั้งเผยแพร่ความรู้ ให้ผู้อื่นได้ทราบ และร่วมกิจการของคณะลูกเสือแห่งชาติ ด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อการร่วมภารกิจกับคณะลูกเสือแห่งชาติอย่าต่อเนื่องไป.



