เรือประมงในจังหวัดภูเก็ตลอยลำอยู่บริเวณหน้าท่า

34471

เรือประมงในจังหวัดภูเก็ตทยอยนำปลามาขึ้นฝั่ง และจอดลอยลำอยู่บริเวณหน้าท่าเป็นจำนวนมาก หลังจากรัฐบาลประกาศว่าในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะดำเนินมาตรการจับกุมเรือประมงที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบทุกประเภท อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน  2558 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือภูเก็ต (องค์การสะพานปลาภูเก็ต) ได้มีเรือประมงจำนวนหนึ่งนำปลามาขึ้นฝั่ง และจอดลอยลำอยู่บริเวณหน้าท่าเป็นจำนวนมาก ขณะที่บางส่วนกำลังทยอยกลับเข้าฝั่ง หลังจากรัฐบาลประกาศ ว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะดำเนินมาตรการจับกุมเรือประมงที่ผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบทุกประเภท อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประเทศไทยได้รับการประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าว และได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้นในพื้นที่จังหวัดที่มีชายฝั่งติดทะเล เพื่อจัดระเบียบเรือประมง และให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

นายสมยศ วงศ์บุญยกุล นายกสมาคมชาวประมงภูเก็ต กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลในการจัดระเบียบเรือประมง โดยให้มีการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องมาตั้งแต่วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทางกลุ่มชาวประมงจังหวัดภูเก็ตต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้ไปดำเนินการจดทะเบียนต่างๆ ตามกฎหมายกำหนด แต่ด้วยเงื่อนไขในการจัดระเบียบ ซึ่งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทํา การประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.)กำหนดว่าจะต้องประกอบด้วย 15 เรื่อง ได้แก่ ทะเบียนเรือไทย ใบอนุญาตใช้เรือ ใบประกาศนายเรือ ใบประกาศช่างเครื่อง ใบอนุญาตใช้วิทยุ ใบประกาศนียบัตรใช้วิทยุทั่วไป ใบอาชญาบัตรLOGBOOK บัตรประชาชนไต๋ บัตรประชาชนนายท้ายเรือ บัตรประชาชนช่างเครื่อง ทะเบียนลูกจ้าง บัตรสรชมพู สัญญาจ้าง และอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย ซึ่งทางชาวประมงปฏิบัติทุกอย่าง แต่หากขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ถือว่าผิด “ยืนยันว่าชาวประมงไม่ได้ดื้อเพ่งหรือต่อต้าน และพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกอย่างให้ถูกต้อง เพียงแต่อยากให้ขยายเวลาออกไปอีกสัก 2 เดือน เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ 100% เพราะการดำเนินการในบางเรื่องจะต้องใช้เวลา โดยเฉพาะในเรื่องของเอกสาร ที่ผ่านมาแค่ 2 เดือน บางอย่างไม่สามารถทำได้ทัน ดังนั้นเมื่อไม่ครบตามข้อกำหนดชาวประมงจึงไม่กล้าที่จะออกเรือไปทำการประมง เพราะกลัวถูกจำคุกโดยเฉพาะกรณีของแรงงานต่างด้าว นอกจากผิดกฎ IUU แล้ว ยังอาจโดนข้อหาให้ที่พักพิงคนต่างด้าวด้วย ซึ่งเรื่องของแรงงานมีปัญหาค่อนข้างมาก และขณะนี้ก็มีการพบว่า แรงงานบางคนมีบัตรทำงานถึง 2 ใบ ” นายสมยศ กล่าว และว่าในส่วนของเรือประมงภูเก็ต หากเรือลำใดเอกสารครบถ้วนก็ยังคงมีทำประมงปกติ ส่วนลำใดที่ไม่พร้อมก็หยุดชั่วคราว โดยจะนำปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดไป

เสนอในที่ประชุมศรชล.เขต 3 ในวันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.58) อีกครั้ง ขณะที่นาวาเอกปรีชา ตันติรักส์ หัวหน้าศูนย์ควบคุมแจ้งเข้า-ออกเรือประมงภูเก็ต กล่าวถึงผลการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการและเจ้าของเรือประมง ได้ให้ความร่วมมือมายื่นการแจ้งเข้า-ออกเรือเป็นอย่างดี รวมทั้งการมาขอคำปรึกษาต่างๆ ด้วย ภาพรวม 70% สัมฤทธิ์ผล ยกเว้นประเด็นหลักที่เกี่ยวข้องกับนโยบาย ซึ่งเป็นปัญหาเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายนั้น นาวาเอกปรีชา กล่าวว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ ศรชล.เขต3 กำหนดจัดการประชุมเพื่อรับทราบผลกระทบในการดำเนินการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม โดยเชิญ นายกสมาคมประมงและผู้ประกอบการต่าง ๆ ร่วมนำเสนอปัญหา ข้อคิดเห็นและหาแนวทางการแก้ไขปัญหา คาดว่าหลังการประชุมก็จะมีความชัดเจนเกิดขึ้นในพื้นที่ เบื้องต้น ณ ปัจจุบันทางผู้ประกอบการประมงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยในส่วนของเรือยังดำเนินการไม่ครบถ้วนตามกฎหมายก็ได้นำเรือเข้าจอดเทียบท่าไว้ก่อน ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้มีการอำนวยความสะดวกในการกำหนดพื้นที่จอดเรือ โดยเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ตได้ออกประกาศชาวเรือในการจัดระเบียบท่าเรือในคลองท่าจีน เพื่อไม่ให้กระทบกับเรือโดยสารและเรือทั่วไป รวมทั้งกำหนดจุดจอดเรือไว้ที่บริเวณเกาะตะเภาน้อยกับเกาะโล้น ขณะที่ ศรชล.เขต 3 ก็ได้จัดเรือดูแลความเรียบร้อยให้ด้วย