เร่งรณรงค์ประหยัดพลังงาน

11737997_1613858138831775_6221039022698551796_n

11755423_1613858158831773_2271060693271929430_n

11755718_1613858148831774_3004636791080431858_n

11695972_1613858155498440_6305038635352727515_n

11701202_1613858175498438_5381117874230882171_n

กระทรวงพลังงานลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เตรียมพร้อมรับมือป้องกันไฟฟ้าดับ เร่งรณรงค์ประหยัดพลังงาน ช่วงปิดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติ แหล่งเจดีเอ – เอ18 ระหว่างวันที่ 21 -25 กรกฎาคม 2558 นี้

นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายชวลิต พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน / นายพัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต / ผู้แทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมกันประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวต่อสื่อมวลในจังหวัดภูเก็ต

เพื่อสร้างความเข้าและตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน ในช่วงปิดซ่อมแหล่งก๊าซธรรมชาติพื้นที่พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย แหล่ง เจดีเอ – เอ18 ระหว่างวันที่ 21-25 กรกฎาคม 2558 ซึ่งจะทำให้ก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบกับโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 2 จังหวัดสงขลา ที่อาศัยก๊าซธรรมชาติจากแหล่ง เจดีเอ -เอ18 เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตต้องหยุดเดินเครื่อง เพราะไม่สามารถใช้เชื้อเพลิงอื่นทดแทนได้ จึงได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคธุรกิจ ได้เตรียมพร้อมและให้ความร่วมมือ ร่วมกันป้องกันความเสี่ยงต่อการจะเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้กับภาครัฐ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานได้เตรียมความพร้อมในการรับมือและป้องกันไฟฟ้าดับในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้แผนปฏิบัติเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา เพราะทุกภาคส่วนมีพื้นฐานความเข้าใจขั้นตอนดีอยู่แล้ว โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ได้ปรับปรุงโรงไฟฟ้าจะนะ ชุดที่ 1 จังหวัดสงขลา ให้สามารถเปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลแทนก๊าซธรรมชาติได้ ขณะเดียวกัน ปตท.ได้จัดเตรียมน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาสำรองไว้ใช้กับโรงไฟฟ้า และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ดูแลระบบสายส่งไฟฟ้าให้พร้อมมากที่สุด

ขณะที่ นายภานุมาศ ลิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบำรุงรักษา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 2 ภาคใต้ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการซักซ้อมการเตรียมรับมือร่วมกับกระทรวงพลังงานปีนี้คาดว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคใต้เมื่อรวมกับการส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งเชื่อมโยงภาคกลางภาคใต้จะเหลือประมาณ 2,828 เมกกะวัตต์ ซึ่งน่าจะเพียงพอรองรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเวลา 18.30 น. – 22.30 น. ที่มีประมาณ 2,350 เมกะวัตต์ พร้อมนี้เพื่อความอุ่นใจให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดให้มีศูนย์อำนวยการช่วยเหลือสนับสนุนกรณีเหตุการณ์ไม่ปกติ เพื่อประสานงานกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ที่ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าและการสั่งจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ให้ดำเนินการตามแผนงานที่กำหนดไว้ หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมงที่ สายด่วน 1129 PEA Call Center

ด้านนายพัลลภ สิงหเสนี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือประชาชน ร่วมมือร่วมใจกันประหยัดไฟฟ้า ด้วยการ ปิดไฟ ปรับแอร์ ปลดปลั๊ก และขอให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ช่วยเลี่ยงและลดการใช้ไฟฟ้าระหว่างเวลา 18.30 – 22.30 น. ตั้งแต่วันที่ 21 -25 กรกฎาคม 2558.