เสวนาวิถีชาวเล วิถีภูเก็ต

12901292_1680004862217102_7643200037543962849_o

12901322_1680004898883765_3514439903000320217_o

12898133_1680005108883744_672096429848794164_o

12593525_1680004928883762_6797290988141800545_o

ภูเก็ตจัดเวทีเสวนาวิถีชาวเล วิถีภูเก็ต สร้างความรู้ความเข้าใจในวิถีชีวิตของกลุ่มชาวเล
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม  2559 ที่ ห้องประชุม ศูนย์วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต  ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงานเสวนาความรู้สู่ความเข้าใจชุมชุนท้องถิ่น – วิถีชาวเล วิถีภูเก็ต ในการเสวนาครั้งนี้มีกลุ่มคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้ โดยมี กลุ่มชาวเล นิสิต นักศึกษา และผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟัง

ดร.ประเจียด อักษรธรรมกุล กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่มีกลุ่มชาวเลอาศัยอยู่ในพื้นที่ครบทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มอูรักลาโว้ย กลุ่มมอแกลนและกลุ่มมอแกน โดยได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่ ตามแนวบริเวณชาดหาดราไวย์ เกาะสิเหร่ บ้านสะปำ ชุมชนหินลูกเดียว และชุมชนบ้านแหลมหลา ซึ่งที่ผ่านมามีงานวิจัย วิทยานิพนธ์ และข้อมูลความรู้เรื่องที่เกี่ยวกับชาวเลภูเก็ต ที่ยังไม่เป็นที่รับรู้หรือได้รับการเผยแพร่ในวงกว้าง การเรียนรู้และทำความเข้าใจชาวเลให้ครอบคลุมมิติทั้งในด้านต้นกำเนิด วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณี ฯลฯ จะช่วยให้แผนการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเลสอดคล้องกับแผนการปฏิบัติงานและจะทำให้เข้าใจบริบทตัวตนของชาวเลมากยิ่งขึ้น

สำหรับงานเสวนาในวันนี้มีเป้าหมายเพื่อเผยแพร่ข้อมูล ความรู้จากงานวิจัย วิทยานิพนธ์และงานศึกษาเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล ทั้งยังเป็นการสะท้อนเสียงของชุมชนที่มีต่องานวิจัยรวมไปถึงการกำหนดบทบาทและความต้องการของชุมชนในการกำหนดทิศทางและอนาคตของชุมชนเพราะถือได้ว่าชาวเลเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาเช่นเดียวกับกลุ่มอื่น ๆ ในสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมิติความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม ระบบความคิด การทำมาหากิน การดำเนินชีวิต ฯลฯ

ทั้งนี้ การจัดงานเสวนาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีให้ความรู้ และทำความเข้าใจถึงวิถีชีวิตของชาวเล ในการดำเนินชีวิตของชาวเลกลุ่มต่าง ๆ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความภาคภูมิใจใน อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ของกลุ่มชาวเล ให้แก่สาธารณชนผู้ที่สนใจเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และรักษาขนบธรรมเนียมรวมไปถึงวิถีการดำเนินชีวิตของชาวเลให้คงอยู่ต่อไป