ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกเผยเหตุแผ่นดินไหวติดต่อกัน 2 ครั้งเกิดจากธรรมชาติที่มีการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยย้ำลักษณะนี้ไม่มีโอกาศเกิดคลื่นยักษ์สึนามิแต่อาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารบ้านเรือนหากเกิดขึ้นบ่อยครั้ง.
จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหวติดต่อกัน 2 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมงว่า ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 04.18 น. วันที่ 6 พ.ค.58 ขนาด 4.6 ความลึก 4 กม. บริเวณตอนใต้เกาะยาว จ.พังงา ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต ห่างจากภูเก็ตประมาณ 18 กิโลเมตร และเกิดอาฟเตอร์ซ๊อค 1 ครั้ง เวลา 12.25 วันเดียวกัน ขนาด 3.2 และ เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2558 สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ตรวจพบว่าเกิดที่บริเวณทะเล อ.เกาะยาว จ.พังงา (7.8 N, 98.52 E) เกิดแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด 4.5 ริกเตอร์ ลึก 11 กม. อีกซึ่งรับรู้สึกสั่นไหวได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา และกระบี่นั้น นายวิวัฒน์ อินทนพานิช ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกเปิดเผยถึงการเกิดแผ่นดินไหวทั้งสองครั้งว่า เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่ยังมีพลังในทะเลอยู่ไม่ห่างไกลจากภูเก็ตและพังงา แต่แผ่นดินไหวในทะเลครั้งนี้ ไม่เข้าเกณฑ์ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เพราะอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่บริเวณนี้ไม่ได้เป็นในลักษณะแทนที่น้ำหรือเกิดในแนวดิ่ง แต่เกิดในลักษณะขัดเฉือนกัน ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวใหญ่ในทะเลที่เสี่ยงต่อไทย ที่กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามอยู่ตลอด 24 ชม. จะเป็นบริเวณเกาะสุมาตรา ซึ่งเป็นแนวมุดตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้ โดย”รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย” เป็นรอยเลื่อนที่ปลดปล่อยพลังงานในทะเลอยู่เป็นประจำย่อมส่งผลดีกว่าการเก็บสะสมพลังงานไว้ โดยเหตุแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดนี้เป็นพลังงานใหม่ที่เกิดขึ้นทำให้แผ่นดินไหวไม่ใช่การเกิดอาฟเตอร์ซ๊อคต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งแรก ซึ่งทั้งสองครั้งสังเกตุได้ว่าความแรงไม่เกิน 5 ริกเตอร์และบริเวณจุดดังกล่าวไม่มีแนวโน้มว่าจะเกิดแผ่นดินไหวเกินขนาด 6 ริกเตอร์จึงไม่น่ากลัวต่อการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าวขึ้นอีกเมื่อใดแต่พบว่าช่วงต้นปี 2558 นี้เกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้งซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจจะกระทบกับอาคารบ้านเรือนของประชาชนได้จึงอยากฝากให้ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ประชาชนที่จะก่อสร้างอาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ให้มีการออกแบบที่ดีแข็งแรงมากขึ้นเพื่อรับมือกับเหตุแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต. อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยรวมไปถึงท้องถิ่นทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตล่าสุดยังไม่พบความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวเกิดขึ้น.

