แก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างชาวเลราไวย์กับเจ้าของที่ดิน

12592189_1662563790627876_8275896479848626368_n

944034_1662563767294545_6317000515597564071_n

12644798_1662563707294551_4649878190367747938_n

12654504_1662563910627864_5504199475327506483_n

12654230_1662563773961211_4453772460505292052_n

12573066_1662563907294531_6440435889637559429_n

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตประชุมแก้ปัญหาข้อพิพาทที่ดินระหว่างชาวเลราไวย์กับเจ้าของที่ดินหลังปะทะกันบาดเจ็บหลายราย ยังไม่ได้ข้อสรุปนัดหารืออีกครั้ง 2 ก.พ.นี้ เบื้องต้นสั่งหยุดดำเนินการก่อสร้างและเปิดเส้นทางให้ชาวบ้านใช้ก่อน

จากกรณีวันนี้ 27มกราคม 2559 บริเวณริมชายหาดราไวย์ รอยต่อระหว่างที่ดินเอกชนกับชุมชนชาวไทยใหม่ราไวย์ หมู่ 2 อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มชาวเลกับกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งระบุว่าเป็นคนของบริษัทเอกชนเจ้าของที่ดิน ทราบชื่อคือ บริษัท บารอน เวิลด์ เทรด จำกัด มีเอกสารสิทธิ์ ยืนยัน จนบานปลายถึงขั้นมีการทำร้ายร่างกายกัน ส่งผลให้ชาวเลและกลุ่มชายฉกรรจ์ส่วนหนึ่งได้รับบาดเจ็บโดยหลังกำลังตำรวจ ทหารเรือและฝ่ายปกครองเจ้าหน้าที่เทศกิจเทศบาลตำบลราไวย์ นำโดยนายโชคดี อมรวัฒน์รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ร่วมกันลงพื้นที่ไประงับเหตุ พร้อมพูดคุยกับทางกลุ่มชาวเลและตัวแทนของผู้รับมอบอำนาจที่เข้าไปดำเนินการปรับพื้นที่ เพื่อหาทางออกให้กับทั้งสองฝ่าย แต่ไม่สามารถสรุปได้ โดยต่างฝ่ายยืนยันสิทธิ์ของตนเองทำให้เจ้าหน้าที่ต้องตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา

กระทั่งช่วง 18.00น.วันเดียวกัน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเรียกตัวแทนเจ้าของที่ดิน ตัวแทนกลุ่มชาวเลย์ราไวย์ เจ้าหน้าที่ภาครัฐทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมด่วนเพื่อหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวใช้เวลาหารือนานร่วม 2 ชั่วโมง ทางตัวแทนชาวเลราไวย์เรียกร้องให้ทางบริษัทเจ้าของที่ดินยินยอมเปิดทางให้ชาวเลราไวย์ ใช้สัญจรเข้า-ออก ในการลงทะเลเพื่อทำประมงและไปประกอบพิธีกรรม(บาลัย)แบบถาวร แต่ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากต้องรอเจ้าของที่ดินตัวจริงเป็นผู้ตัดสินใจโดยทางจังหวัดนัดประชุมหารือกันอีกครั้งในวันที่ 2 ก.พ.59 นี้ ส่วนการแก้ปัญหาเบื้องต้นผู้ว่าฯได้สั่งให้ทางบริษัทเจ้าของที่ดินนำแท่งแบรีเอ้อออกเพื่อเปิดทางให้ชาวบ้านสัญจรได้ก่อนและให้หยุดดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่จนกว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 2 ก.พ.นี้ว่าจะมีทางออกต่อไปอย่างไร

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น สืบเนื่องจากเจ้าของที่ดิน คือ บริษัท บารอนฯซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ครอบครองถูกต้อง ได้มอบหมายให้นายชาตรี หมาดสตูล เข้าทำการปรับปรุงแปลงที่ดินซึ่งอยู่ติดกับที่ตั้งของชุมชนชาวเลราไวย์ และบริเวณช่วงรอยต่อของที่ดินซึ่งอยู่ติดชายหาดนั้น ส่วนหนึ่งติดกับเส้นทางที่ชาวเลใช้สำหรับเดินไปประกอบพิธีกรรม ระยะทางประมาณ 300-400 เมตร รวมทั้งมีการใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นที่ซ่อมแซมทำอุปกรณ์ทำการประมง แต่ปรากฏว่าทางกลุ่มผู้รับมอบอำนาจได้ทำกำแพงกั้น สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มชาวเล เพราะต้องใช้เส้นทางดังกล่าวไปประกอบพิธีกรรม โดยระบุว่าได้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ เนื่องจากหากลงไปเดินบริเวณชายหาดก็จะไม่สะดวก เพราะบางครั้งมีน้ำทะเลขึ้นสูง และจะส่งผลกระทบกับการประกอบอาชีพ โดยปัญหาข้อพิพาทดังกล่าวมีมาเป็นเวลานานแล้ว
เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนายชาตรี หมาดสตูล ผู้ได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการปรับปรุงที่ดินดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 33 ไร่ เพื่อสร้างเป็นวิลล่าประมาณ 17-18 หลัง กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นมีเอกสารสิทธิเป็นโฉนด ซึ่งมีการซื้อต่อกันมาเป็นทอดๆ โดยปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว ที่ผ่านมาได้มีความพยายามเข้ามาปรับปรุงพื้นที่มาโดยตลอด แต่ทางกลุ่มชาวไทยใหม่ไม่ยินยอม โดยอ้างว่าเป็นเส้นทางใช้สำหรับการเดินทางไปประกอบพิธีกรรม และเพื่อป้องกันการถูกขัดขวาง จึงได้มีการสร้างกำแพงขึ้น แต่ปรากฏว่าบางส่วนโดยเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาจะถูกทำลายโดยตลอด รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง แม้ว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะมีการเรียกประชุมเพื่อหาแนวทางการแก้ไข ซึ่งทางบริษัทฯ พร้อมรับข้อเสนอเท่าที่สามารถทำได้ แต่ข้อเสนอของชาวไทยใหม่ก็จะเปลี่ยนแปลงตลอด และขอใช้พื้นที่เข้ามาค่อนข้างมาก ที่ผ่านมาได้มีการเจรจากันมาโดยตลอด เนื่องจากที่ดินมีเอกสารสิทธิถูกต้องและไม่ได้มีการบุกรุกที่ของผู้ใดและหากมีการลงทุนกลุ่มชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ด้วย

ขณะที่นายสนิท แซ่ซัว ตัวแทนชาวเลราไวย์ กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวมีปัญหากระทบกระทั่งกันมาค่อนข้างนานแล้ว เนื่องจากทางเอกชนอ้างเอกสารสิทธิและจะสร้างกำแพงปิดกั้นเส้นทางซึ่งพวกตนใช้สำหรับเดินไปประกอบพิธีกรรมบริเวณโต๊ะบาลัย ซึ่งห่างไปจากชุมชนประมาณ 300 เมตร และเส้นทางนี้ใช้กันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นเส้นทางสาธารณะ