เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2558 ที่ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุม คณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเกาะราชา โดยมี นายเกษม สุขวารี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บริษัทนำเที่ยว และผู้ประกอบการบนเกาะราชา เข้าร่วม
นายสุธี กล่าวว่า ทางจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งเกาะราชา เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียบนเกาะราชาโดยเฉพาะ โดยได้มีการจัดทำโรดแม็ปแนวทางการแก้ปัญหาน้ำเสียของเกาะราชา ไว้ 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระหว่างเดือนกุมภาพพันธ์- เมษายน 2558 ดำเนินการสูบน้ำเสียทิ้งโดยการขุดบ่อให้น้ำเสียซึมผ่านชั้นทรายและขุดลอกคลองวัชพืชและสิ่งกีดขวางลำคลองโดยยึดแนวคลองตามธรรมชาติ, สำรวจข้อมูล จำนวนและท่อน้ำทิ้งของสถานประกอบการและร้านอาหารทุกแห่งบนแห่งบนเกาะ และกำหนดให้มีการติดตั้งถึงดักไขมัน โดยไม่ให้มีการปล่อยน้ำลงลำคลองโดยเด็ดขาด,ให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต และสิ่งแวดล้อมภาค 15 ร่วมกันให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้ทางด้านการจัดการน้ำเสียขั้นพื้นฐาน, ให้สถานประกอบการและร้านอาหารทุกแห่งบนเกาะติดตั้งถังดักไขมันและบ่อพักน้ำเสีย โดยให้ดำเนินการภายใน 1 เดือน และสถานประกอบการจะไม่มีการปล่อยน้ำน้ำทิ้งลงคลองโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ยังเพิ่มเติมในส่วนของการจัดการขยะโดยจะต้องรวบรวมขยะบนเกาะและระหว่างทางนำมาทิ้งบนฝั่ง เพื่อไม่ให้เกิดขยะตกค้าง ทั้งนี้ ในระยะปานกลาง ระหว่างเดือนพฤษภาคม – ธันวาคม 2558 ดำเนินการรังวัดหมายแนวเขตคลองตลอดสาย เพื่อป้องกันการบุกรุก แต่ไม่ใช่เป็นการรังวัดเพื่อรับรองแนวเขตที่ดินแต่อย่างใด, ให้สถานประกอบการติดตั้งบ่อบำบัดน้ำเสียของตนเอง, และการติดตาม ตรวจสอบ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำในคลองบริเวณปลายคลองอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้น้ำในคลองมีคุณภาพอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดิน และระยะยาวตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป ในช่วงฤดูแล้ง ดำเนินการดูดน้ำเสียออกทั้งหมด เพื่อป้องกันน้ำในคลองเกิดการหมักหมมและตากท้องคลองให้แห้ง, ดำเนินการติดตั้งกังหันชัยพัฒนา เพื่อเติมออกซิเจนให้กับน้ำในคลอง และดำเนินการตรวจสอบ ดูแลคลองสาธารณะป้องกันการบุกรุกลุกล้ำอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมยังได้พิจารณาร่าง MOU เรื่อง การบริหารจัดการเกาะราชาใหญ่ เพื่อการท่องเที่ยวที่สมดุลและยั่งยืน โดยมีสาระสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย การบริหารจัดการด้านการประมง การบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

