นายเจริญ ถิ่นเกาะแก้ว พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.เกาะแก้ว อ.เมืองจังหวัดภูเก็ตพร้อมตัวแทนชาวบ้านเกาะแก้วกว่า 30 คนเดินทางมาเข้าพบนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเพื่อยื่นหนังสือให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณแยกเกาะแก้ว
หลังจากที่ทางจังหวัดภูเก็ตได้มีการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาสภาพการจราจร ถนนเทพกระษัตรีช่วงแยกไฟแดงเกาะแก้ว โดยเบื้องต้น จะมีการดำเนินการโดยให้ช่องเดินรถซ้ายสุด ทั้งขาเข้าและขาออก ให้รถสามารถวิ่งผ่านตลอด และรถที่จะเข้าซอยช่วงแยกเกาะแก้วต้องไปกลับรถที่วัดท่าเรือ ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน กรรมการมัสยิด ได้หารือร่วมกันโดยเห็นว่าจากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น นอกจากไม่สามารถแก้ปัญหาความคับคั่งการจราจรได้แล้วยังถือเป็นการทำลายวิถีชุมชนซึ่งไม่เป็นการตอบโจทย์ต่อการแก้ปัญหา อีกทั้งเป็นเพียงการย้ายความคับคั่งไปอยู่ตรงแยกหน้าวัดท่าเรือเท่านั้น จึงรวมตัวกันยื่นหนังสือดังกล่าว
นายเจริญ ยังได้ระบุว่าการที่จะให้ใช้ช่องซ้ายสุด ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกให้รถวิ่งผ่านได้ตลอด ผ่านชุมชนใหญ่ที่มีถนนซอยเชื่อมกับถนนเทพกระษัตรี ในช่องทางขาเข้า และฝั่งขาออก ย่อมส่งผลกระทบต่อวิถีชุมชนแน่นอน ทางคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยข้อเท็จจริงในปัจจุบันฝั่งขาเข้าเมืองบริเวณซอยเกาะแก้ว 24 เป็นที่ตั้งของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเกาะแก้ว ผู้ปกครองรับส่งบุตรหลาน ถัดมาซอยเกาะแก้ว 22เป็นชุมชนที่มีหมู่บ้านหนาแน่น ผู้คนที่อยู่ใน 2ซอยดังกล่าวไม่สามารถขับรถออกมาถนนเทพกระษัตรี ได้ในช่วงเช้าและเย็นต้องขับรถอ้อมวนทางด้านใน เพื่อมาออกไปซอยเกาะแก้ว16 หรือซอยมัสยิด ซึ่งมีสัญญาณไฟจราจรควบคุมอยู่เพื่อความปลอดภัย โดยบางครั้งขณะที่สัญญาณไฟทางตรงเป็นสัญญาณแดงแล้วยังมีรถไหลต่อเนื่อง ทำให้รถในซอยออกไม่ได้และเกิดอุบัติเหตุส่วนซอยเกาะแก้ว12 และทางออก ที่โรงเรียนมุสลิมวิทยา รถที่มารับส่งบุตรหลาน ซ.โบ๊ทลากูนและซอยรอยัลมารีน่ารอจังหวะรถทางตรงติดสัญญาณไฟแดง มีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่หากให้ช่องซ้ายวิ่งผ่านตลอดแล้วนั้นอะไรจะเกิดขึ้น ส่วนฝั่งขาออกตั้งแต่แยกบางคู มีซอยโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนบางคู ซ.หมู่บ้านเจ้าฟ้าการ์เด้นท์โฮม และซอยห่านฝรั่ง ซอยใกล้โชว์รูมอีซูซุ มีผลให้รถติดและเกิดอุบัติเหตุบ่อยเช่นกัน และกรณีรถที่จะเลี้ยวเข้าซอยมัสยิด ซึ่งมี สัญญานไฟจราจรหากต้องไปกลับรถที่หน้าวัดท่าเรือ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในซอยแล้วยังส่งผลต่อผู้ที่อาศัยอยู่ฝั่งขาออกที่จะมาละหมาดที่มัสยิดและโดยเฉพาะในวันศุกร์อีกด้วยซึ่งการแก้ปัญหาการขายของบนทางเท้ากับการแก้ปัญหาความคับคั่งของการจราจรบนถนนน่าจะเป็นคนละประเด็นกันควรแยกดำเนินการให้ชัดเจน จากปัญหาทั้งหมดนี้ ทางตัวแทนชุมชนเกาะแก้วได้มีการประชุมหารือร่วมกันและ ขอมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งจะไม่ทำให้ชุมชนต้องได้รับหรือกระทบน้อยที่สุด ทางชาวบ้านเกาะแก้วจึงยื่นข้อเสนอดังนี้ คือขอให้ท่านทางจังหวัดทบทวนแนวคิดที่จะให้มีการเดินรถผ่านตลอดในช่องทางซ้ายสุดทั้งสองฝั่งขาเข้าและขาออก เนื่องจากปริมาณการเดินรถในช่วง 07.00 – 09.00น.เป็นช่วงเร่งด่วนที่ผู้คนจะต้องไปทำงานรวมถึงรถ รับส่งนักเรียนที่จะต้องเร่งรีบอีกทั้งปริมาณรถบรรทุก สิบล้อ รถพ่วงขนาดใหญ่ รถบรรทุกแก๊ส รถบรรทุกน้ำมัน ขอให้พิจารณาเพื่อออกประกาศเจ้าพนักงานจราจรทางบก จ.ภูเก็ต ห้ามรถบรรทุก10ล้อ รถพ่วงบรรทุก รถโม่ปูน รถบรรทุกแก๊สและน้ำมัน วิ่งผ่านเส้นทางตั้งแต่ด่านท่าฉัตรไชยจนถึงในเมืองในช่วงเร่งด่วน ตั้งแต่ 06.00 – 09.00น.จัดให้มีช่วงเวลาห้ามจอดในช่วง07.00- 09.00 และ 16.00 – 19.00 น. ขอให้แขวงการทางจังหวัดภูเก็ตย้ายสัญญาณไฟจราจรที่จะนำไปติดตั้งบริเวณควนดินแดงไปติดตั้งหน้าโบ๊ทลากูนแทน ทั้งนี้เพราะปริมาณรถที่มากลับรถบริเวณแยกเกาะแก้ว60% มาจากโรงเรียนนานาชาติ รถบริษัททัวร์เพื่อทำการส่งแขกลงเรือ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในโบ๊ทลากูนและรอยัลมารีน่า ขอให้ท่านจัดหางบประมาณ ทำสะพานข้ามทางแยกบริเวณเกาะแก้ว ซึ่งน่าจะตอบโจทย์กว่าการขุดอุโมงค์ที่สามแยกบางคู อย่างไรก็ตามภายหลังรับหนังสือทางผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ทางชุมชนนำข้อเสนอต่างๆมาให้ทางจังหวัดเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและให้เกิดผลกระทบกับชาวบ้านน้อยที่สุดโดยหลังจากนี้ตนจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาข้อเสนอต่าง ๆ ว่าสามารถทำได้อย่างไรบ้างโดยให้ตัวแทนชุมชนร่วมเสนอแนะและแสดงความคิดเห็นด้วย.

