ภูเก็ตเร่งถอดบทเรียน เหตุชุมนุมปิดล้อมโรงพัก ถลาง
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2558 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะทำงานศึกษากรณีเหตุชุมนุมประท้วง บริเวณสถานีตำรวจภูธรถลาง ครั้งที่ 1/2558 เพื่อพิจารณาถอดบทเรียนกรณีชุมนุมประท้วงบริเวณสถานีตำรวจภูธรถลาง ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันและระงับการประท้วงในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตต่อไป โดยมีนายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ ปลัดจังหวัดภูเก็ต พ.ต.อ.ธีระพนธ์ ทิพย์เจริญ และ พ.ต.อ.วีรวัฒน์ จันทรวิจิตร รองผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.ชาณุชาญ ชลสุวัฒน์ ผกก. สภ.ถลาง พ.ต.อ.สมปอง บุญรัตน์ ผู้กำกับการ สภ.กะรน ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต นายสัญญธวัชช์ ริ้วเหลือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายอรุณ สิงห์อินทร์ ป้องกันจังหวัดภูเก็ต นายสาธิต กลิ่นภักดี ท้องถิ่นจังหวัดภูเก็ต นายศิริพงษ์ หลีประสิทธิ์ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ อำเภอถลาง นายปิยวัฒน์ จิรจามร นายกเทศมนตรีตำบลเทพกระษัตรี ร.อ.สมภพ คณาคำ หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ ทหารเรือที่ 13 ทัพเรือภาคที่ 3 ตัวแทนท่าอากาศยานภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายโชคดี อมรวัฒน์ กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงที่เกิดขึ้นบริเวณ สภ.ถลาง เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ต่อเนื่องถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2558 นั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก แต่ที่ผ่านมาเคยเกิดการชุมนุมมาแล้วหลายครั้ง เช่น เหตุการณ์แทนทาลั่ม เป็นต้น แต่ละครั้งจะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต เป็นอย่างมาก เนื่องจากเราเป็นเมืองท่องเที่ยว และเราไม่ได้ดูแลเฉพาะคนภูเก็ตเท่านั้น แต่เราต้องดูแลผู้คนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจากทั่วโลกรวมแล้วปีประมาณ 12 ล้านคน หรือ เฉลี่ยเดือนละ 2 ล้านคน แต่ด้วยการคิดคำนวณงบประมาณ หรืออัตรากำลังบุคลากรด้านต่างๆ จะคิดจากจำนวนประชากรตามทะเบียนราษฎร์ของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีประมาณ 400,000 คน ประกอบกับที่ผ่านมาจะไม่ค่อยเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น จากเหตุการณ์ดังกล่าวทางนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต มีความห่วงใยในเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทำรายได้ให้กับประเทศจำนวนมหาศาล และเมื่อเกิดเหตุขึ้นไม่ได้เป็นข่าวเฉพาะในภูเก็ตหรือประเทศไทยเท่านั้น แต่จะกระจายไปทั่วโลก และในเวลาอันรวดเร็ว
“การถอดบทเรียนครั้งนี้เพื่อสรุปจุดอ่อนจุดแข็ง และเหตุปัจจัยต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเหตุบานปลายขึ้น รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ เพราะการแก้ปัญหาคงทำเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่ได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการระดมทั้งบุคลากร อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ การสื่อสารและการวางกำลังต่างๆ ซึ่งต้องเปิดใจคุยกัน เพื่อจะได้มีบทเรียนสร้างกรอบในการแก้ปัญหาและเพื่อป้องกันความเสียหายหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในอนาคต” นายโชคดีกล่าว
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมได้มีการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของกการจัดการสถานการณ์ การสั่งใช้กำลังพล การบูรณาความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ เรื่องของมวลชนสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน บทบาทของผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การรับมือกับวิธีการที่กลุ่มผู้ชุมนุมนำมาใช้ ตลอดจนการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การชุมชนในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ และมีประชาชนยังไม่เข้าใจ เพราะใน พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีบทลงโทษไม่เฉพาะเยาวชนผู้เข้าร่วมเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ปกครองด้วย





