ไตร พร็อพเพอตี้ ชี้อสังหาฯ ภูเก็ต ขานรับสัญญาณการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าเต็มที่ก่อสร้างโครงการสเคป 2 และ สเคป 3 ส่งมอบลูกค้าตามสัญญา
ค่ายไตร พร็อพเพอตี้ ผู้นำแนวคิดการออกแบบและนวัตกรรมที่อยู่อาศัยแบบใหม่ ชี้แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต พร้อมเติบโตต่อเนื่อง หลังภาครัฐส่งสัญญาณการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพื่อสร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ทำให้ภูเก็ตกลายเป็นเป้าหมายหลักสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะทำเลทองที่รองรับท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงย่านธุรกิจใหม่ใจกลางเมืองภูเก็ตที่ยักษ์ใหญ่เซ็นทรัล ลุยงานก่อสร้างศูนย์การค้าแห่งใหม่เฟส 2 อย่างต่อเนื่อง ย้ำชัดเร่งเดินก่อสร้างอาคารโครงการสเคป 2 และสเคป 3 ให้แล้วเสร็จ เพื่อพร้อมส่งมอบงานที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าตามกำหนด ระบุอาจปรับขึ้นราคาล็อตสุดท้าย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าเดิม และสร้างโอกาสจากนักลงทุนต่างชาติแห่ซื้อบิ๊กล็อตเพื่อลงทุนด้วย
นายชัยวัฒน์ ตันติวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินและการลงทุน และ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่บริษัทฯ เปิดดำเนินการมาเกือบ 7 ปี ในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมาก โดยเริ่มจากการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯภายใต้แบรนด์ “Proud (พราว)” ย่านแจ้งวัฒนะ 2 โครงการ ได้แก่โครงการพราว ออฟ แจ้งวัฒนะ และโครงการพราว เอ็กซ์ ทู หลังจากนั้นได้ขยายแนวทางการพัฒนาไปรุกตลาดคอนโดมิเนียมในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญระดับประเทศในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้แบรนด์ “ZCAPE (สเคป)” ซึ่งมีการพัฒนา 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ ZCAPE และโครงการ ZCAPE X2 ในย่านบางเทา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับพรีเมี่ยมเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต และโครงการ ZCAPE 3 ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมใจกลางย่านธุรกิจใหม่ของภูเก็ต ซึ่งทั้ง 5 โครงการ มีรวมมูลค่าโครงการขายรวมประมาณ 2,370 ล้านบาท
ในด้านภาพรวมของเศรษฐกิจและผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งถ้ามองจากตัวเลขของสำนักวิจัยอสังหาริมทรัพย์หลายค่าย ที่แสดงต่อสาธารณชนในช่วงที่ครึ่งปีแรกพบว่า ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการชะลอตัวไปบ้าง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ เริ่มมีสัญญาณที่เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจอสังหาฯ มากขึ้น อาทิ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามนโยบายจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย, การลงทุนโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ จากภาครัฐที่มีความชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งผลักดันโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน โดยเฉพาะการเร่งให้มีโครงการรถไฟฟ้าทุกสาย ทำให้แนวโน้มธุรกิจอสังหาฯ ตามเส้นทางรถไฟฟ้าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2558 มีแนวโน้มที่คึกคักขึ้น ดังนั้นเชื่อว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ประกอบกับเป็นโครงการที่มีประวัติดี ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการ รวมถึงคัดเลือกลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ สถาบันการเงินต่างๆ ก็พร้อมที่จะปล่อยสินเชื่อให้อย่างแน่นอน
“สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของภูเก็ต เชื่อมั่นว่าน่าจะได้รับผลดีจากสัญญาณบวกทางด้านนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาลเช่นกัน แต่ทั้งนี้ในส่วนของการขยายโครงการใหม่ๆ ของผู้ประกอบการรายใหม่ อาจจะมีการชะลอตัวลงบ้าง เนื่องจากต้องมีการพิจารณาความเหมาะสม แต่ในส่วนโครงการคอนโดมิเนียมของไตร พร็อพเพอตี้ นั้นแทบจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะทุกโครงการตั้งอยู่ในทำเลที่ดีมาก โดยโครงการสเคป 1 และสเคป 2 ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมของภูเก็ต ที่มีนักท่องเที่ยวมาพักอาศัยเต็มในช่วงหน้าไฮซีซั่น รวมถึงหน้าโลว์ซีซั่นก็ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ทำให้ที่พักอาศัยในย่านนี้รองรับได้ทั้งสำหรับคนทำงานและนักท่องเที่ยว ส่วนโครงการสเคป 3 ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใหม่ CBD ก็ยิ่งไม่น่าเป็นห่วง เพราะแนวโน้มย่านธุรกิจนี้เติบโตมากแน่นอน ปัจจุบันเซ็นทรัลได้ก่อสร้างศูนย์การค้าและศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แล้ว ซึ่งโครงการสเคป 3 อยู่ห่างเพียงแค่ 200 เมตรเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมามีลูกค้าต่างชาติสนใจซื้อห้องชุดของโครงการนี้แบบบิ๊กล็อตหลายห้อง ทำให้ทางบริษัทอาจมีการปรับราคาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าเดิม รวมถึงสร้างโอกาสในการทำรายได้ให้กับโครงการได้มากขึ้นด้วย ” นายชัยวัฒน์ กล่าว
ด้านนายอดิศร วิเวกานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไตร พร็อพเพอตี้ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการปรับกลยุทธ์ภายใน ด้วยการเตรียมความพร้อมในด้านการพัฒนารายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างแบรนด์และการวางทิศทางในการดำเนินงานขององค์กร เพื่อรองรับกับแผนการขยายธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ยังได้ใช้โอกาสในการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของทีมงานภายในองค์กร ตั้งแต่การวางแผนเรื่องการบริหารจัดการภายในองค์กร การฝึกอบรม รวมถึงการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อรุกตลาดในอนาคต ตั้งแต่การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ ไปจนถึงโครงการคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์ และโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบด้วย
“สำหรับผลการดำเนินงาน ในปี 2557 ที่ผ่านมา บริษัทฯ มียอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 220 ล้านบาท สำหรับในปี 2558 นี้ ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ 500 ล้านบาท พร้อมเตรียมแผนเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการ มีมูลค่ารวม 900-1,000 ล้านบาท และปี 2559 นั้น มียอดรอรับรู้รายได้ 800-1,000 ล้านบาท ทั้งนี้ในปีนี้ ได้มีการเตรียมแผนขยายฐานธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีการรุกตลาดที่อยู่อาศัยที่กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น โดยจะเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ที่ 500 ล้านบาท พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ และสร้างรูปแบบของการพัฒนาแบรนด์ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมเตรียมแผนสร้างมูลค่าโครงการขายรวมกว่าหมื่นล้าน รองรับแผนการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวเสริมว่า สำหรับแผนการขยายธุรกิจของกลุ่มไตร พร็อพเพอตี้ ในระยะยาวนั้น คงจะได้เห็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเปิดตัวโครงการใหม่อย่างน้อยปีละ 1-2 โครงการ ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ในย่านแจ้งวัฒนะ 1 โครงการ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมแบบโลวไรส์ ด้าน Land bank ตอนนี้มีสะสมอยู่ 2-3 แปลง และมีการดูทำเลสำหรับการขยายการลงทุนไว้เพิ่มเติมอีกหลายแห่ง คาดว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นโครงการของไตร มีการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เป็นเรียลดีมานด์ ส่วนแผนในระยะยาวคาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าโครงการขายรวมทั้งหมด เป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท และจะก้าวเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3-5 ปีนี้ อีกด้วย
“นอกจากนี้ไตร พร็อพเพอตี้ ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร รวมถึงวางแผนการสร้างแบรนด์อย่างยั่งยืน โดยมีการสร้างสโลแกนให้กับองค์กรภายใต้แนวคิดที่ว่า “In Style Inspired” ซึ่งหมายถึง ไตร พร็อพเพอตี้ เป็นบริษัทที่ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากมุมมองที่สร้างสรรค์และใส่ใจกับรายละเอียดที่มากกว่า จึงพัฒนาผลงานสู่ดุลยภาพที่พอดีกับวิถีชีวิต ออกแบบให้เป็นความสุขที่อยู่ในความเรียบง่าย เป็นสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตที่ลงตัว ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สร้างความแตกต่างให้ทุกผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ไตร พร็อพเพอตี้ ที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ เป็นมูลค่าที่แท้จริงที่เกิดขึ้นจากภายใน และสามารถครอบครองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อให้รองรับกับแผนการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพเพื่อรองรับความต้องการด้านการอยู่อาศัยที่มีสไตล์และทันสมัยในแบบฉบับของไตร พร็อพเพอตี้อย่างต่อเนื่องต่อไป”นายอดิศร กล่าว





