กฟผ. ยอมรับข้อเสนอประชาชนกลับไปใช้เส้นทางเดิมก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า หลังประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับเส้นทางใหม่
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 เวลา 09.00 น.ที่ห้องประชุมกลุ่มจังหวัดอันดามัน ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) นำโดยนายวิชัย สิมะธัมนันท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายสมบัติ ทรัพย์ทวีกุล ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างระบบส่ง และคณะ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงข้อมูลโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500กิโลโวลต์ สุราษฎร์ธานี 2- ภูเก็ต 3 หลังจากมีข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างระบบดังกล่าว เนื่องจากมีการใช้แนวเส้นทางใหม่ และมีข้อเสนอให้ใช้แนวเขตเดิม รวมทั้งให้นำเทคโนโลยีก่อสร้างรูปแบบใหม่ เช่น การนำลงดิน เป็นต้น มาใช้ โดยมีนายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน นอกจากนี้ยังมีนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ และนายสุธี ทองแย้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายวีระ เกิดศิริมงคล นายอำเภอถลาง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน ตัวแทนภาคเอกชน ผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ อ.ถลาง นายสุรทิน เลี่ยนอุดม แกนนำฯ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมรับฟัง
นายวิชัย สิมะธัมนันท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการก่อสร้างระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ชี้แจงที่มาของโครงการฯ ว่า ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตรับไฟฟ้ามาจาก จังหวัด.พังงา ด้วย สายส่ง 2 สาย ได้แก่ ระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ และระบบโครงข่ายไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ มีความสามารถในการรับไฟฟ้าปัจจุบันของ จังหวัด.ภูเก็ต อยู่ที่ 455 เมกะวัตต์ จากการที่ จังหวัด.ภูเก็ต มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการใช้กระแสไฟฟ้ามีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทางกระทรวงพลังงาน (พน.) จึงมอบหมายให้ กฟผ. เร่งเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า โดยให้ กฟผ.ก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ จาก อำเภอ.บางสะพาน จังหวัด.ประจวบคีรีขันธ์ ไปยัง จังหวัด.สุราษฎร์ธานี และ จังหวัด.ภูเก็ต
ปัจจุบัน จังหวัด.ภูเก็ตมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 392 เมกะวัตต์ และคาดว่าในปี พ.ศ. 2559 จะมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 420 เมกะวัตต์ แต่จากการนำเสนอโครงการ โดยมีการสร้างในสายแนวใหม่ปรากฏว่าชาวบ้านพื้นที่ไม่เห็นด้วย และขอให้ใช้แนวสายส่งเดิม รวมทั้งขอให้ศึกษาการนำเทคโนโลยี ในการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เช่น การก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าใต้ดิน การก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้าใต้น้ำ(submarine cable) เป็นต้น ด้วย กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ จึงพิจารณาแนวทางการก่อสร้างระบบโครงข่ายไฟฟ้า 500 กิโลโวลต์ ในเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้า 115 กิโลโวลต์ เดิม ตามที่ประชาชนในพื้นที่ยื่นข้อเสนอมา ทั้งนี้กำหนดก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปี 2562
อย่างไรก็ตามได้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยในส่วนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบและในส่วนของภาคเอกชนภูเก็ต สรุปว่า เนื่องจากพื้นที่ภูเก็ตมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง และราคาที่ดินก็สูงตามไปด้วย เมื่อมีการรอนสิทธิ์ก็ทำให้สูญเสียโอกาส รวมถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคตจึงอยากให้มีการนำลงดิน หากทำไม่ได้ก็อยากให้มีการรับเรื่องนี้ไปทำการศึกษาต่อ รวมถึงอยากให้มีการศึกษาเรื่องความคุ้มทุนของโครงการนำสายไฟลงดินด้วย











