40 ประเทศจากทั่วโลกร่วมแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า 5-12 ธ.ค.นี้
เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 เวลา 15.30 น. ที่ห้องประชุมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ภูเก็ต นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชภารจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการแข่งขันเรือใบนานาชาติชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 5-12 ธันวาคม 2558 โดยมี นาวาเอกพรพรหม สกุลเต็ม ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันเรือใบเล็กฯ นายสันติ ป่าหวาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานราชการ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นาวาเอกพรพรหม สกุลเต็ม กล่าวว่า งานแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ประจำปี 2558 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 5-12 ธันวาคม 2558 ณ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งในปีนี้ทัพนักกีฬาเรือใบมากกว่า 1,500 คน พร้อมใจกันนำเรือใบหลากหลายประเภทจากทั่วโลกกว่า 150 ลำ มาร่วมแข่งขันในมหกรรมกีฬาเรือใบแห่งตำนานเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การจัดงานครั้งนี้ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดและส่งเสริมภาพลักษณ์ของเกาะภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเลและสถานที่จัดงานกีฬาระดับสากลโดยงานแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 29 ดำเนินงานโดยคณะกรรมการจัดงานการแข่งขันเรือใบชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้าภายใต้สโมสรเรือใบราชวรุณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมด้วยสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กองทัพเรือและจังหวัดภูเก็ต ในแต่ละปีมีเรือใบเข้าร่วมการแข่งขันทั้งประเภทเรือใบเล็ก (รายการอินเตอร์เนชั่นแนล ดังกี้ คลาส) คีลโบ๊ทและมัลติฮัลล์ จากนานาประเทศทั่วโลก โดยแบ่งการแข่งขันเป็นหลายประเภท นอกจากนี้ คณะกรรมการจัดงานยังกำหนดจัดพิธีสวนสนามทางทะเลเพื่อร่วมแสดงความจงรักภักดีในวโรกาสเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทยในวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม ส่วนพิธีปิดการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลพระราชทาน กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2558
การแข่งขันภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า รวบรวมทัพ เรือใบฝีมือฉกาจมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ รัสเซีย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซียและจีน มาร่วมชิงชัยในการแข่งขันรวม 5 วัน โดยกำหนดสนามแข่งขันบนท้องทะเลอันดามันสีความอันงดงามของเมืองไทย ถือเป็นงานแข่งขันประจำปีของภูเก็ตที่สร้างเงินสะพัดมากกว่า 400 ล้านบาทให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัด ทั้งยังเพิ่มมูลค่าและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเกาะภูเก็ตให้เป็นหนึ่งในสวรรค์สำหรับคนรักกีฬาระดับพรีเมียร์ของโลก การจัดงานแข่งขันในประเทศไทยยังสร้างโอกาสให้บรรดานักกีฬาเรือใบเยาวชนในประเทศ สามารถพัฒนาทักษะการแล่นเรือใบเล็ก ตลอดจนเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมลูกเรือคีลโบ้ทเพื่อชิงชัยในการแข่งขันแต่ละรุ่น




